2012-10-27
เปลือกมังคุดแก้ร้อนใน
เจ้าอาการร้อนในมีแผลในปากนั้น
ทฤษฎีตะวันออกอย่างของไทยหรืออายุรเวทของอินเดียบอกว่า
เป็นได้ง่ายมากกับคนที่มีธรรมชาติที่ค่อนข้างร้อน
ซึ่งมักจะเรียกกันว่ามีธาตุไฟเป็นเจ้าเรือน และความที่มีธาตุไฟอยู่มาก
ก็เป็นธรรมดาอยู่เองที่ธาตุไฟที่ว่าจะกำเริบเอาได้ง่ายๆ ถ้ากินอาหารหรือมีพฤติกรรมที่ไปเพิ่มธาตุไฟในตัวเข้าไปอีก
คนที่ธาตุไฟกำเริบมักมีอาการ
เช่น ปวดแสบปวดร้อนในท้อง รุ่มร้อนตามเนื้อตัว ปากคอแห้ง กระหายน้ำบ่อย
เป็นแผลพุพองอักเสบ ตามผิวหนัง คล้ายๆ
กับว่าไฟที่มันกำเริบนั้นมาเผาผลาญเนื้อตัวเรายังไงยังงั้น
แผลที่ผุดขึ้นตามริมฝีปากด้านในหรือตามกระพุ้งแก้ม
ในทางแผนไทยเราก็ถือว่าเป็นอาการธาตุไฟกำเริบเหมือนกัน
ที่มักจะเรียกกันคุ้นปากคุ้นหูว่าร้อนในนั่นเอง
มานั่งไตร่ตรองดูแล้วคิดได้ว่า
การที่เลี่ยงของร้อนมากินอาหารหรือมีพฤติกรรมที่ช่วยให้ร่างกายเย็นนั้น
เป็นการระงับดับธาตุไฟโดยรวมๆ ในตัวเท่านั้น แต่แผลในปากนั้นมันคล้ายๆ
กับว่าธาตุไฟมันกำลังไปเผาผลาญอยู่ตรงนั้นแล้ว น่าจะต้องไปดับไฟตรงนั้นด้วย
แล้วก็ให้บังเอิญว่าเย็นวันนั้นเพื่อนอีกคนซื้อมังคุดติดมือมา
จึงได้คิดว่าเปลือกมังคุดนั้นมีรสฝาดซึ่งตามตำราบอกว่าช่วยสมานแผลได้ดี
อีกทั้งตำรายาไทยยังบอกอีกว่าเปลือกมังคุดใช้ทารักษาแผลเปื่อยพุพอง
ต้มชะล้างบาดแผลได้
ก็เลยจัดแจง
ดังนี้
1.เอาเปลือกมังคุดที่ผ่าครึ่งแล้ว 4 ซีก ต้มกับน้ำ 4 แก้ว ปล่อยให้เดือดนานอยู่ราว 10 นาที
2.ทิ้งให้เย็น แล้วก็เอาน้ำมาอมและกลั้วปากไปมา อมไว้สักพักแล้วก็บ้วนทิ้ง
เนื่องจากเปลือกมังคุดมีรสฝาดจัด พออมครั้งเดียวเท่านั้นรู้สึกว่าหลุมนรกในปากนั้นมันหดรัดทันตาเห็น ก็อม กลั้ว บ้วน จนกระทั่งน้ำเปลือกมังคุดที่ต้มไว้หมด พอวันรุ่งขึ้นแผลในปากที่ทำให้ทรมานมาหลายวันก็ดีขึ้น ปากที่ห้อยย้อยกลับเข้าที่ พออีกวันก็ยิ้มออก แผลหายสนิท
1.เอาเปลือกมังคุดที่ผ่าครึ่งแล้ว 4 ซีก ต้มกับน้ำ 4 แก้ว ปล่อยให้เดือดนานอยู่ราว 10 นาที
2.ทิ้งให้เย็น แล้วก็เอาน้ำมาอมและกลั้วปากไปมา อมไว้สักพักแล้วก็บ้วนทิ้ง
เนื่องจากเปลือกมังคุดมีรสฝาดจัด พออมครั้งเดียวเท่านั้นรู้สึกว่าหลุมนรกในปากนั้นมันหดรัดทันตาเห็น ก็อม กลั้ว บ้วน จนกระทั่งน้ำเปลือกมังคุดที่ต้มไว้หมด พอวันรุ่งขึ้นแผลในปากที่ทำให้ทรมานมาหลายวันก็ดีขึ้น ปากที่ห้อยย้อยกลับเข้าที่ พออีกวันก็ยิ้มออก แผลหายสนิท
น้ำใบเตยหอม
วันนี้ขอเสนอสมุนไพรใบเตย ที่มีสรรพคุณในการบำรุงหัวใจ แก้เบาหวาน ขับปัสสาวะ ซึ่งทำให้ความดันโลหิตสูงลดลงได้ ที่สำคัญสามารถหาได้ง่ายๆในทุกที่
น้ำใบเตยหอม
ส่วนผสม1. ใบเตยสด 3 ถ้วย
2. น้ำสะอาด 8 ถ้วย
3. น้ำตาลทราย 2 ถ้วย(สามารถลดปริมาณของน้ำตาลลงได้)
4. น้ำแข็ง
วิธีทำ
ใบเตยสดที่ไม่แก่มากเก็บใหม่ๆ ล้างทีละใบให้สะอาด แช่น้ำด่างทับทิมหรือน้ำเกลือ 10-15 นาที นำมาหันตามขวางเป็นชิ้นเล็กๆ แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนที่หนึ่งใส่ลงในหม้อต้มที่มีน้ำกำลังเดือด ต้มเคี่ยว 5-10 นาที เติมน้ำตาลทรายให้รสหวานจัด กรองเอากากออก ใบเตยที่หั่นแล้วส่วนที่สองปั่นให้ละเอียด โดยเติมน้ำ กรองเอากากออก เติมน้ำที่คั้นได้ซึ่งมีสีเขียวและกลิ่นหอมลงในหม้อที่เติมน้ำตาลและกำลังเดือด ชิมให้มีรสหวาน พอเดือดรีบยกลง เมื่อดื่มใส่น้ำแข็งบดละเอียด
ใบเตยสดมีน้ำมันหอมระเหย รสหวาน หอม มัน และมีสีเขียวที่นิยมใช้แต่งสีอาหาร เป็นสารคลอโรฟิลล์
สรรพคุณ
ใบสด : ต้มกับน้ำดื่ม
ลดอาการกระหายน้ำ ทำให้ชุ่มชื่น บำรุงหัวใจ
ต้นและราก : เป็นยาขับปัสสาวะ รักษาโรคเบาหวาน และแก้กษัยน้ำเบาพิการ
Subscribe to:
Posts (Atom)